Member Bio image

กฐินพระราชทาน การประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๕๘

    พระบาสทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้การประปาส่วนภูมิภาค นำไปถวาบแด่พระสงฆ์ซึ่งจำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดธาตุ ตำบลในเมือง อำเถอเมือง จังหวัดขอนแก่น ในวันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ตรงกับ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะแม

กำหนดการ

วันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘

    เวลา ๐๘.๔๕ น. พนักงานการประปาส่วนภูมิภาค แขกผู้มีเกียรติ ผู้มีจิตศรัทธาพร้องกัน ณ พระอุโบสถวัดธาตุ

    เวลา ๐๙.๐๐ น. ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ประธานในพิธี พร้อมด้วยพนักงานการประปาส่วนภูมิภาค แขกผู้มี เกียรติ และผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

    การประปาส่วนภูมิภาค ขอเรียนเชิญท่าน ผู้มีจิตศรัทธาไปร่วมเป็นเกียรติ และร่วมอนุโมทนาในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานโดยเสด็จพระราชกุศลในครั้งนี้ ตามกำลังศรัทธาโดยพร้อมเพียงกันด้วยและขออนุโมทนามายังทุกท่าน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และคุณความดีทั้งหลาย ที่ท่านผู้มีจิตศรัทธาได้สร้างบำเพ็ญมา จงดลบันดาลประทานพรทั้ง ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ พร้อมด้วยปฏิภาณและธนสารสมบัติให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงานโดยทั่วกันทุกท่าน ตลอดกาลนานเทอญ

Member Bio image

ประวัติวัดธาตุ พระอารามหลวง

    วัดธาตุ พระอารามหลวง ตั้งอยู่เลขที่ ๒๓๗ ถนนกลางเมือง (บ้านเมืองเก่า) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๒ โดยพระนครศรีบริรักษ์บรมราชภักดี (เพี้ยเมืองแพน) เจ้าเมืองขอนแก่น เป็นผู้ก่อสร้างขึ้นพร้อมกับการตั้งเมืองขอนแก่น และได้สร้างพระธาตุขึ้นเป็นปูชนียสถานที่เคารพสักการะของชาวเมืองขอนแก่น จึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดธาตุ" ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑ มีเนื้อที่ ๑ ๒ไร่มีอาณาเขตดังนี้

    ทิศเหนือ ติดต่อกับที่ดินเอกชน

    ทิศตะวันออก ติดต่อกับซอยสาธารณะและถนนรอบบึงแก่นนคร

    ทิศใต้ ติดต่อกับซอยสาธารณะ

    ทิศตะวันตก ติดต่อกับถนนกลางเมืองและที่เอกชน

    พ.ศ. ๒๓๓๕ ท้าวสัก ตำแหน่ง เพี้ยเมืองแพน อยู่บ้านชีโหล่น เมืองสุวรรณภูมิ ได้ชักชวนครอบครัวได้ประมาณ ๓๓๐ ครอบครัว อพยพมาตั้งบ้านเรือนขึ้นใหม่อีกแห่งหนึ่ง เรียกว่า บ้านบึงบอน ต่อมา พ.ศ. ๒๓๔๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระบรมราชโองการยกฐานะให้เป็น"เมืองขอนแก่น"แต่งตั้งให้"ท้าวสัก" เป็นเจ้าเมืองขอนแก่นคนแรก มีนามว่า "พระนครศรีบริรักษ์" เนื่องจากชนชั้นปกครองเมืองต่างๆ ในภาคอีสาน ซึ่งมีเชื้อสายเนื่องมาจากนครเวียงจันทน์ เมื่อท้าวเมืองแพน หรือพระนครศรีบริรักษ์ บรมราชภักดี ได้ตั้งเมืองขอนแก่นขึ้นที่บ้านบึงบอนแล้วก็ได้เริ่มสร้างวัดขึ้น ๔ วัด ตามแบบประเพณีโบราณเนื่องจากวัดเหนือ(วัดธาตุ) เป็นวัดสำหรับเจ้าเมืองดังกล่าว

     ๑. วัดเหนือ อยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองหรืออยู่ทางต้นน้ำสำหรับเป็นสถานที่ชุมนุมทำบุญของเจ้าเมืองปัจจุบันคือ วัดธาตุพระอารามหลวง

     ๒. วัดกลาง อยู่กึ่งกลางระหว่างวัดเหนือกับวัดใต้ สำหรับเป็นที่ชุมนุมทำบุญของประชาชนทั่วไป ปัจจุบันคือ วัดกลาง

     ๓. วัดใต้ อยู่ทางทิศใต้ของตัวเมือง หรืออยู่ทางใต้ของสายน้ำ ปัจจุบัน คือ วัดหนองแวง พระอารามหลวง

     ๔. วัดท่าแขก สำหรับพระภิกษุอาคันตุกะจากถิ่นอื่นมาพักและประกอบพุทธศาสนพิธี ปัจจุบันคือ วัดโพธิ์

    วัดธาตุมีเจ้าอาวาสผู้ปกครองวัดสืบต่อกันมามากกว่าศตวรรษ เจ้าอาวาสอาจจะมีตำแหน่งเป็นพระครูหลักคำ พระครูสังฆราช พระครูด้าน พระครูฝ่าย พระครูยอดแก้วหรือพระครูลูกแก้ว ตามศักดิ์ที่ใช้เรียกตำแหน่งสมณศักดิ์ในสมัยนั้นมาบ้างแล้วหลายรูป แต่ไม่สามารถจะหาหลักฐานมายืนยันได้ วัดธาตุแม้จะมีปูชนียสถานคือพระธาตุเจดีย์อยู่ก็จริง แต่พระเจดีย์หลายองค์ ก็ชำรุดทรุดโทรมพังทลายไปเกือบหมดสิ้น จนไม่สามารถจะสังเกตได้ว่าองค์ไหนเป็นพระธาตุดั้งเดิม ซึ่งเจ้าเพี้ยเมืองแพนได้สร้างขึ้น หลักฐานใด ๆ ก็ไม่มีปรากฏ

    เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๓ คณะกรรมการวัดเห็นว่าพระธาตุมีรวมกันหลายองค์ ทุกองค์ล้วนมีลักษณะทรุดโทรม จนไม่สามารถทราบได้ว่าองค์ไหนเป็นพระธาตุองค์เดิม จึงได้ตัดสินใจให้นายช่างออกแบบสร้างพระธาตุองค์ใหม่ขึ้นครอบองค์เดิมไว้ ทั้งหมด โดยสร้างให้ใหญ่และสูงกว่าเดิม เพื่อรักษาศรัทธาปสาทะและความศักดิ์สิทธิ์ไว้ และให้ชื่อว่าเจดีย์พระธาตุนครเดิม ตามที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ มีส่วนสูงวัดจากยอดสุดลงมา ๔๕ เมตร

    พ.ศ. ๒๔๓๐-๒๔๗๓ พระครูพุทธา พุทธฺสโร เจ้าอาวาส การปกครองในยุคนี้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีพระภิกษุ สามเณรมาก มีการศึกษาพระธรรมวินัย เรียกในสมัยนั้นว่า เรียนสนธิ เรียนนาม เรียนมูลกัจจายน์ และมีการส่งเสริมการเทศน์เสียงลำมหาชาติทำนองพื้นเมือง พระครูพุทธา เจ้าอาวาส เป็นผู้ทรงความรู้ความสามารถในการเทศน์ทำนองเสียงลำมหาชาติพื้นเมืองชั้นหนึ่ง ถึงมรณภาพในปี ๒๔๗๓

    พ.ศ. ๒๔๓๐ - ๒๔๘๓ พระครูบับ ปญฺญาวโร ศิษย์ของพระครูพุทธา ได้เป็นเจ้าอาวาส ต่อมาท่านได้ปกครองวัดเจริญรอยตามพระครูบาอาจารย์ทุกอย่าง พระสงฆ์ สามเณร และประชาชนเคารพนับถือมาก เช่น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้มีศรัทธาสร้างกุฎีถวายพระครูบับสำหรับเป็นที่อยู่ของเจ้าอาวาสในสมัยนั้น (ขณะนี้รื้อไปแล้ว) พระครูบับ ปญฺญาวโร เป็นเจ้าอาวาสอยู่ประมาณ ๑๐ ปี ได้ลาสิกขาไปเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๓

    พ.ศ. ๒๔๘๓ - ๒๔๙๐ พระครูวิเวกธรรมปฏิบัติ (พั้ว พุทฺธโชโต) เจ้าคณะแขวงพระลับ เจ้าอาวาสวัดท่าราชไชยศรี ได้รับความเห็นชอบจากทางคณะสงฆ์และทายก-ทายิกา ให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดธาตุ ท่านได้ปรับปรุงการปกครอง การศึกษาการเผยแผ่ และการสาธารณูปการโดยกว้างขวาง ซึ่งนับเป็นรากฐานของวัดธาตุสืบมาจนบัดนี้ ทั้งนี้เพราะท่านเป็นทั้งนักปกครอง นักศึกษา นักเทศน์ และนักก่อสร้าง

    พ.ศ. ๒๔๙๐ – ๒๕๕๒ พระธรรมวิสุทธาจารย์ (เหล่ว สุมโน ป.ธ. ๕, พธ.ด.) เป็นเจ้าอาวาส ได้มีการปรับปรุง พัฒนาทั้งด้านการศึกษา การปกครอง การเผยแผ่ และสาธารณูปการเต็มรูปแบบ ซึ่งในอดีตนั้นวัดธาตุมีการจัดการศึกษาเล่าเรียนตามแบบพื้นเมืองโบราณ ถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใดสนใจใฝ่ศึกษาจะต้องเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนที่กรุงเท ฯ จนกระทั่งสมัยพระครูวิเวกธรรมปฏิบัติ (พั้ว เป็นเจ้าอาวาส ได้วางรากฐานการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรม-บาลีขึ้น โดยได้สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมและจัดหาครูสอนพระปริยัติธรรมจากวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ๒ รูป คือ พระมหาเหล่ว สุมโน ป.ธ.๕ (พระธรรมวิสุทธาจารย์) และพระมหาพราม จิตฺตเสโน ป.ธ.๖ มาเป็นครูสอนประจำสำนักรุ่นแรก ต่อมาเมื่อถึงสมัยพระธรรมวิสุทธาจารย์ (เหล่ว สุมโน) เป็นเจ้าอาวาส ได้ส่งเสริมและปรับปรุงพัฒนาสำนักเรียนให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยแต่ละปีมีพระภิกษุสามเณรเข้าศึกษาและสอบเปรียญธรรมได้เป็นจำนวนมาก มีครูสอนพระปริยัติธรรมที่มีความรู้ความสามารถทำการสอนประจำในอดีต ได้แก่

    ๑. พระมหาคำพันธ์ โกวิโท ป.ธ.๗ (พระเทพมงคลเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น)

    ๒. พระมหาทองสา วรลาโภ ป.ธ.๘ (พระเทพกิตติรังษี ป.ธ. ๘, พธ.ด. เจ้าอาวาส-เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น)

    ๓. พระมหาบัวผัน ปคุณธมฺโม ป.ธ.๘ (พระกิตติญาณโสภณ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีนวล-รจจ.ขอนแก่น)

    ๔. พระมหานิยม อุตฺตโม ป.ธ.๗

    ๕. พระครูประสาธน์ปริยัติกิจ (ปาว เตชธมฺโม ป.ธ. ๔)

    ๖. พระครูอรรถสารเมธี (จำนง อติเมโธ ป.ธ. ๔, เจ้าอาวาสวัดวุฒาราม, เจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่น)

    ๗. พระครูศรีวิสุทธิวัฒน์ (จำเริญ ปสุโต ป.ธ.๖, กศ.ม., ผอ.ร.ร.วิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยารูปปัจจุบัน)

    พ.ศ. ๒๕๕๓ –ปัจจุบัน พระเทพกิตติรังษี (ทองสา วรภาโภ ป.ธ. ๘, พธ.ด.) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันและตำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ได้ดำเนินการพัฒนาวัดธาตุ พระอารามหลวงอย่างที่บูรพาจารย์เคยปฏิบัติมา โดยเฉพาะวัดธาตุถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของการศึกษาของคณะสงฆ์จังหวัด จึงมีพระภิกษุสามเณรอยู่จำพรรษาเพื่อศึกษาและปฏิบัติศาสนกิจปีละประมาณ ๑๕๐ รูป ดังนั้น ท่านจึงได้แบ่งการปกครองออกเป็น ๗ คณะ ตามหมายเลขประจำกฏิ หรือกลุ่มกุฏิ โดยมีเจ้าคณะแต่ละรูปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ดูแลปกครองและสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรภายในคณะ ให้ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย ระเบียบกติกา ของวัด และให้ได้รับความสัปปายะตามสมควรแก่ฐานะ

การพัฒนาการศึกษาภายในวัด

    พ.ศ.๒๔๘๖ จัดตั้งสำนักเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา เปิดสอนแผนกนักธรรม-บาลี

    พ.ศ.๒๕๒๙ โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ได้ขอเปิดขยายโอกาสทางการศึกษาขึ้น โดยขอเป็นสาขาของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ กรุงเทพ ฯ ในนาม “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์วิทยาเขตขอนแก่น”เปิดสอนในระดับอุดมศึกษา คณะพุทธศาสตร์

    พ.ศ.๒๕๓๑ เปิดศูนย์การศึกษาโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เพื่อให้โอกาสแก่เยาวชนที่สนใจได้ศึกษาพุทธประวัติและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

    พ.ศ.๒๕๓๔ โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา เปิดสอนแผนกสามัญศึกษา

    พ.ศ.๒๕๓๖ มหาจุฬาฯ เปิดสอน ๒ คณะ คือ คณะครุศาสตร์ และรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปัจจุบันได้เปิดสอนเพิ่มอีก ๒ คณะ คือ คณะมนุษยศาสตร์ คณะพุทธศาสตร์ และเปิดสอนหลักสูตรมหาบัณฑิต ๔ สาขา คือ สาขาพระพุทธศาสนา สาขาปรัชญา สาขาบริหารศึกษา สาขารัฐประศาสนศาสตร์

สรุปปัจจุบันภายในวัดธาตุมีการศึกษา ๕ แผนก คือ

    ๑. แผนกนักธรรม เปิดสอนนักธรรมตรี-นักธรรมเอก มีนักเรียนปีละประมาณ ๘๐-๑๐๐ รูป

    ๒. แผนกบาลี เปิดสอนและส่งเข้าสอบบาลีสนามหลวง ประโยค ๑-๓ - ป.ธ.๙ มีนักเรียนปีละประมาณ ๑๕๐ – ๒๐๐ รูป

    ๓. แผนกปริยัติสามัญ เปิดสอน ม.๑ - ๖ มีนักเรียนปีละประมาณ ๒๕๐ - ๓๐๐ รูป

    ๔. แผนกอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น) เปิดสอนในระดับอุดมศึกษา พุทธศาตรบัณฑิต พุทธศาสตรมหาบัณฑิตและพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ปัจจุบันมีนิสิตจำนวน ๑,๕๙๐ รูป

    ๕. โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ มีนักเรียนปีละประมาณ ๔๐๐ คน

    ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้ คณะกรรมการบริหารวัดธาตุ พระอารามหลวง ซึ่งมีเจ้าอาวาส เป็นประธานและผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นกรรมการ ได้ทำโครงการบูรณะและปฏิสังขรณ์วิหารคดเจดีย์พระธาตุนครเดิมขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้สาธุชนพุทธบริษัทผู้ใจบุญทั้งหลาย ได้เข้าไปกราบไหว้สักการะ พระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และหลวงพ่อพระลับ พระคู่เมืองชาวขอนแก่น เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต แก่หน้าที่การงานของตน อันเป็นการช่วยทำทำนุบำรุงพุทธสถาน ซึ่งเป็นสิ่งอันประเสริฐ ให้อยู่คู่กับเมืองขอนแก่นตราบนานเท่านาน

Member Bio image

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดขอนแก่น

    จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นอีกจังหวัดหนึ่งของภูมิภาค นอกจากจะมีทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ในบริเวณศูนย์กลางของภาคอีสานแล้ว ยังเป็นจังหวัดศูนย์กลางทางการศึกษาและเทคโนโลยีของภูมิภาค เนื่องจากเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในอำเภอเมืองครบครัน ทั้งที่พักหลายระดับและบริการต่างๆ จำนวนมาก มีทรัพยากรทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และด้านอื่นๆ หลากหลายรูปแบบ และที่สำคัญคือเป็นที่ตั้งของสนามบินทั้งหมดนั้นล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมศักยภาพทางการท่องเที่ยวของจังหวัดได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ขอนแก่นในปัจจุบันเป็นเมืองที่มีความสำคัญในฐานะเมืองท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย

สถานที่ท่องเที่ยว จ.ขอนแก่น จัดทำโดยเทศบาลนครขอนแก่น

    จังหวัดขอนแก่นมีเนื้อที่ประมาณ 10,885 ตารางกิโลเมตร หรือ 6,803,125 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 15 ของประเทศ มีพื้นที่อยู่ในเขตของลุ่มน้ำหลัก 2 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ภูเขาสูงทางทิศตะวันตก ในเขตของเขาภูกระดึงและเทือกเขาเพชรบูรณ์ ส่วนทางทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงใต้มีลักษณะสูงต่ำสลับกันเป็นลูกคลื่นลาดเทไปทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของจังหวัด พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 100-200 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำชีและแม่น้ำพองจังหวัดขอนแก่นนั้น แม้เพิ่งเริ่มก่อตั้งเป็นเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เพียง 200 กว่าปีที่ผ่านมา แต่แท้จริงแล้วดินแดนบริเวณนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาก จากหลักฐานการสำรวจพบเครื่องมือเครื่องใช้อายุเก่าแก่และชุมชนเมืองโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าอาณาเขตบริเวณจังหวัดขอนแก่นในปัจจุบันนี้ เป็นแหล่งอารยธรรมและดินแดนแห่งวัฒนธรรมที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนสมัยพุทธกาลหลายพันปีสันนิษฐานว่าบริเวณยอดเขาภูเวียงเป็นเมืองที่มีชุมชนอาศัยอยู่มาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เนื่องจากพบเมืองโบราณหลายแห่ง โดยเฉพาะในเขตอำเภอน้ำพอง พบซากเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย (มีขนาดใหญ่เป็นรองเพียงเมืองนครชัยศรีเท่านั้น) ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองภูเวียงมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านของนครเวียงจันทน์ ตั้งอยู่บนเส้นทางการคมนาคมระหว่างนครเวียงจันทน์กับกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี ในขณะนั้นอิทธิพลของอาณาจักรขอมได้เสื่อมลง ประกอบกับชุมชนเมืองต่างๆ ทางภาคอีสานได้รับผลกระทบจากภัยสงครามและภัยอื่นๆ จนผู้คนส่วนมากต้องอพยพหนีภัยและละทิ้งบ้านเมืองไป เมืองในแถบนี้หลายเมืองจึงกลายสภาพเป็นเมืองร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านบึงบอนขึ้นเป็น “เมืองขอนแก่น” ในปี พ.ศ. 2340 หลังจากนั้นเมืองขอนแก่นได้โยกย้ายที่ตั้งไปมาอยู่หลายครั้งภายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2451 มีการย้ายศาลากลางเมืองขอนแก่นมาตั้งที่บ้านพระลับ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น (ซึ่งก็คือศาลากลางหลังเก่าในปัจจุบัน) และเปลี่ยนตำแหน่งข้าหลวงประจำบริเวณเป็นผู้ว่าราชการเมืองต่อมาในปี พ.ศ. 2459 มีการเปลี่ยนคำเรียก “เมือง” เป็น “จังหวัด” และในปี พ.ศ. 2507 มีการสร้างศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ขึ้นที่สนามบินเก่า อยู่ห่างจากที่เดิมประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า "ศูนย์ราชการ" และใช้มาจนถึงปัจจุบันจังหวัดขอนแก่นแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 อำเภอ 5 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอบ้านฝาง อำเภอพระยืน อำเภอหนองเรือ อำเภอชุมแพ อำเภอสีชมพู อำเภอน้ำพอง อำเภออุบลรัตน์ อำเภอกระนวน อำเภอบ้านไผ่ อำเภอเปือยน้อย อำเภอพล อำเภอแวงใหญ่ อำเภอแวงน้อย อำเภอหนองสองห้อง อำเภอภูเวียง อำเภอมัญจาคีรี อำเภอชนบท อำเภอเขาสวนกวาง อำเภอภูผาม่าน กิ่งอำเภอซำสูง กิ่งอำเภอโคกโพธิ์ไชย กิ่งอำเภอหนองนาคำ กิ่งอำเภอบ้านแฮด และกิ่งอำเภอโนนศิลา

Close

ที่พัก

แผนที่วัดธาตุอารามหลวง

วัดธาตุ เลขที่ ๒๓๗ ถนนกลางเมือง (บ้านเมืองเก่า)
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น
จังหวัดขอนแก่น 40000

รายชื่อผู้ประสานงาน

นางภัทราภรณ์ ต่างประโคน ผอ.กบร.กปภ.ข.6 (081-6612504)

นางจิระวรรณ มาตะพัตดิ์ หง.ทรัพยากรบุคคล (086-8602192)

นางมนทกานติ์ คมขาว หง.การเงิน (081-9643899)

นางอลิสรา เที่ยงตรง หง.ธุรการ (081-5465199)

นายชุมพล วงศ์วินอุดม หง.พัสดุฯ (086-6422661)

//